บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

กว่าจะเป็นโขนที่แสดงได้อย่างทุกวันนี้ EP.2

ก้องยศ กาญจนะผลิน
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 - 16:02 น.
18

" กว่าจะได้เป็นโขนที่แสดงได้อย่างทุกวันนี้ EP. 2 "

สิ่งที่ได้จากการเรียน และ การแสดง แม้เป็นเพียงตัวประกอบจากที่เกริ่นมาแล้วใน EP.1

(ถ้าเนื้อความไม่ประติดประต่อผมเชื่อวว่า...งง...ทุกคนและครับ) บางคนไม่ได้ติดตาม EP.1 มา เราอาจจะมาเจอกัน EP.2 แล้วระยะเวลาในการเขียนค่อนข้างใช้เวลานาน ผู้เขียนจะพยายามเขียนให้น่าสนใจสุด เขียนให้เหมือนคุยกับคนอ่านไปในตัว พยายามเก็บรายละเอียดจากความทรงจำตลอดระยะเวลาที่ผู้เขียนได้ศึกษา "นาฏศิลป์ โขน" มาตลอดระยะ 11 ปี ให้ได้มากที่สุด จะพยายามถ่ายถอดออกมาให้ผู้อ่าน เข้าใจและเข้าถึงได้มากที่สุด

 เรามาอ่านต่อกันเลยครับ ……….ทำไมถึงชื่อว่า สิ่งที่ได้จากเรียนและการแสดง แม้เป็นเพียงตัวนั้นหรอครับ เพราะตลอดเวลาที่ผู้เขียนเรียนอยู่ในวิทยาลัยนาฏศิลป ไม่ค่อยได้แสดงเป็นตัวเอกใดๆแต่ครูท่านก็ให้โอกาสได้มีส่วนร่วมในการแสดงเกือบทุกการแสดง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงที่ใหญ่หรือเล็ก แสดงต่อหน้า

พระพักตร์ ตอนรับราชอาคันตุกะ หรือแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยือนจากต่างประเทศ เอกอัครราชทูตต่างๆ ในสถานที่สำคัญ ในพระบรมมหาราชวัง สถานที่ราชการสำคัญต่างๆ ส่วนใหญ่ผู้เขียนจะได้รับบทบาทง่ายๆ เช่น กางกลด ,ตลกยกเตียง, ม้าหรือไม่ก็ราชสีห์ลากรถ ซึ่งจากความเมตตาของครูท่านที่ให้ผู้เขียนได้ร่วมแสดงนั้น ผู้เขียนไม่เคยคิดน้อยเนื้อต่ำใจเลย เพราะผู้เขียนในตอนนั้นทราบขีดความสามารถของตนเองดี                                          

                                                              และจากคำครูท่านที่จะกล่าวเสมอว่า 

                                          ในการแสดงโขนตอนหนึ่งนั้น ทุกตัวแสดงสำคัญเท่ากันหมด 

                                           จะขาดตัวใดตัวหนึ่งไปมิได้ เพราะการแสดงจะไม่สมบรูณ์  

            แต่ด้วยโอกาสที่ครูท่านมอบให้ผู้เขียนไม่ได้ละเลยด้วยความใส่ใจของผู้เขียนในการแสดงโขนอยู่แล้วนั้น ผู้เขียนจะพยายามสังเกตสิ่งต่างๆรอบๆตัว ก็เพราะตัวประกอบนี่และครับที่ทำให้เรามองเห็นองค์ประกอบของการแสดงอย่างชัดเจน (หากสนใจที่จะมองหรือสังเกตนะ ผมสังเกตไม่ได้ทุกอิริยาบถแต่พยายามทุกรายละเอียดเท่าที่จะมากมายในทุกๆงาน เพราะในการแสดงโขนทุกงานมีความรู้แฝงอยู่เสมอสำหรับผู้ที่เรียนหรือสนใจทางด้านนี้) การแสดงในตอนๆหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโขน ละครแบบได้ หรือก่อนการแสดง หรือ ขณะแสดง และ หลังจบการแสดง มีจะขั้นตอนมากมาย 1 ละที่เราจะรู้คือขั้นตอนการเข้าออกของตัวเองว่าตนเองแสดงตัวละครใดฉากไหน ( แต่...ตัวที่ผมแสดงเห็นทั้งหมด เพราะว่าอะไรนะหรอครับ ออกฉากแรก โพล่อีกทีฉากสุดท้าย ไม่ดูได้ยังไง....) แต่ส่วนเรื่องละเอียดเล็กๆน้อยๆบางคนเก็บไม่เหมือนกัน อย่างเช่นผู้เขียนเอง มาศึกษาตัวลิงในภายหลังก็จะดูลีลาท่าทางของครูบ้าง รุ่นพี่บ้าง แล้วนำมาปรับปรุงตัวเอง (เพราะคนที่เรียนนาฏศิลป์นะครับต้องมีการพัฒนาฝีมือตลอดเวลา 1 ตอน 1 ฉากไม่ได้เล่นง่ายๆ ตอนสำคัญๆ ครูท่านจะเป็นผู้คัดเลือก ครูท่านไว้ใจในฝีมือการแสดงแล้วว่าไม่มีผิดพลาด จึงจะได้รับบทบาทสำคัญในตอนนั้นๆ)

             ถ้าจะให้ผู้เขียนบอกรายระเอียดขั้นตอนต่างๆกว่าจะเกิดการแสดงตอนหนึ่งได้นั้นผู้เขียนอาจจะให้ข้อมูลไม่สมบรูณ์เท่าที่ควร ขออนุญาตกล่าวคราวๆ พอยกตัวอย่างให้เห็นภาพและพอเข้าใจละกันนะครับ ยกตัวอย่างการแสดงโขน เริ่องรามเกียรติ์ ตอน พระรามรบทศกัณฐ์ (เอาตอนง่ายๆละกันนะครับคิดว่าทุกคนน่าจะเคยได้ยินรู้จักหรือเคยเห็น) การแสดงตอนนี้นั้นมองผิวเผินเหมือนง่าย แต่ความจริงแล้วนั้นกว่าจะออกมาสู่สายตาคนดูได้นั้น นักแสดงทุกคนอย่างน้อยต้องผ่านการเรียนการฝึกซ้อมเป็นปีๆ ไหนจะฝึกซ้อมเฉพาะตัว เฉพาะตอน แยกไปตามบทบาทของตน (เพราะโขนใช่ว่าใครจะเล่นก็ได้ 1.กำลังกายกำลังใจ 2.จารีตที่เป็นตัวหนดที่ผู้ศึกษาเล่าเรียนทางด้านนี้ยึดถือปฏิบัติเป็นสำคัญ) การแสดงตอนนี้ แบ่งออกเป็น 3 เผ่า 2 ฝ่าย (เผ่าที่ 1 มนุษย์ : พระลักษมณ์ พระราม / เผ่าที่ 2 วานรหรือลิง : หนุมานเป็นต้น / เผ่าที่ 3 อสูรหรือยักษ์ : ทศกัณฐ์ เผ่ามนุษย์กับวานรเป็นฝ่ายเดียวกัน ปล.การอธิบายแบบนี้เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ขอบคุณครับ..... ) การแสดงโขนตอนนี้มีผู้แสดงกว่า 20 คนขึ้นไป (ถ้าเอากันแบบจัดเต็มเกือบ 100 คนได้ครับ แบ่งตำแหน่งออกเป็น

                 เขนยักษ์และลิง เสนายักษ์และลิง พญายักษ์และพญาลิง ) การฝึกซ้อมเพื่อการแสดงนอกเวลาเรียนบ้างในเวลาเรียนบ้าง โดยประมาณไม่ต่ำกว่า 3 เดือนหรืออาจมากกว่านั้น (เราซ้อมกันทุกๆวันเพื่อควาพร้อมของร่างกายและความสมบรูณ์ของการแสดงเก็บเล็กเก็บน้อยไปเรื่อยจนกว่าจะสมบรูณ์ )

มีคำกล่าวที่ครูกล่าวกับพวกเราชาวนาฏศิลป์เสมอ

“ จงซ้อมให้เหมือนแสดงและจงแสดงให้ยิ่งกว่าซ้อม ”

( ในสายตาผมสำหรับศิลปะการแสดงโขนแล้วนั้นไม่มีคำว่า “ง่าย” )

การแสดงตอนยกรบ นั้นกว่าจะสมบรูณ์ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจะให้พูดถึงความง่ายถ้าสำหรับครูผู้สอนหรืออย่างคนที่เคยเรียนอาจจะง่ายไม่มากก็น้อย หนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการแสดงในตอนนี้คิดว่าเป็นความพร้อมเพรียงของกระบวนทัพเหล่าทหารยักษ์ลิง ( เพราะถ้าผิด 1 คน จะมองเห็นได้ชัด เพราะเนื่องจากหัวโขนที่ใส่จะลดทัศนะวิสัยในการมองเห็นลงอย่างมาก ถ้าผู้ใส่ไม่สวมใส่จนเกิดความเคยชิน บทเวทีการแสดงจึงต้องอาศัยการสังเกตเข้าช่วย ถ้าคนนำหรือคนที่เราสังเกตเกิดผิดพลาดเรามีการโอกาสที่จะผิดพลาดตาม )


....................“การสวมใส่หัวโขนนั้นต้องใส่ให้เปรียบเสมือนหนึ่งใบหน้าตน”……………….

การแสดงโขนตอนยกรบในเรื่องรามเกียรติ์นั้นมีมากมายหลายตอน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำศึก ระหว่างฝ่ายธรรมะและอธรรม บทสรุปคือ ธรรมะย่อมชนะ ( แต่ไม่มีใครรู้หรอกครับว่า ในการทำศึกออกรบแต่ละครถ้าตามบทวรรณคดี มีการวางกลอุบาย รูปแบบการจัดทัพมากมาย ) แต่อารมณ์ตัวละครแต่ละตัวที่บุคคลที่แสดงนั้นต้องสื่อผ่านท่าทาง และให้ออกมาทางหัวโขนนั้นเป็นแบบไหน ยังไง

ถึงส่งถึงผู้ชมได้ว่าตัวละครตัวนี้กำลังรู้สึกอย่างไรโดยที่ไม่มีเสียงพูดแม้แต่คำเดียว..................



ผมไม่รู้นะ ผมเคยเห็นครูหลายๆท่าน พี่ๆหลายๆคน เพื่อนๆที่มีฝีมืออีกมากที่แสดงเข้าถึงอารมณ์ของแสดงในตอนนั้น ทำให้เหมือนตัวโขนตัวนั้นมีชีวิตจริงๆ หัวโขนที่เขียนลวดลายที่แสนธรรมดาหน้าตาปกติกลับ

------ เปลี่ยนแปลงสีหน้าตามอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้นอย่างอัศจรรย์ -------


บทความโดย : วานรวังหน้า

ติดตามต่อได้ที่ กว่าจะเป็น " โขน " ที่แสดงได้อย่างทุกวันนี้ EP.3 ตอน อารมณ์ทศกัณฐ์


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

กว่าจะเป็นโขนที่แสดงได้อย่างทุกวันนี้ EP.2

    • รายงานความไม่เหมาะสม